hope's profileh(",)pEfUllyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 22

    November Trip 2009

    จบไปได้ด้วยดีสำหรับ November Trip 2009
    ขอบคุณพี่ปูที่พาเราไปให้ได้เจอสิ่งดี ๆ ในชีวิตเพิ่มอีกหลาย ๆ อย่าง

    คนญี่ปุ่นหลายคนสงสัยว่า....คนไทยไม่เห็นจะจนอย่างที่คิด
    สถานการณ์การศึกษาในไทยไม่ได้แย่อย่างประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
    อย่างนี้...เอาเงินไปสนับสนุนเด็กลาว เขมร ดีกว่าไหม?

    ในหมู่บ้าน...เด็ก ๆ ก็มีมือถือใช้  มีทีวีดู  แล้วมันจนยังไง?

    ปัญหามันอยู่ที่ค่านิยมมากกว่า  พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อวัตถุสิ่งของ
    แทนการที่จะเอาเงินไปทุ่มให้การศึกษาของลูก 
    เด็กก็เลยไม่มีรองเท้านักเรียน
    ไม่มีหนังสือเรียน  ไม่มีเงินซื้อข้าวเที่ยงกิน ฯลฯ

    ผู้บริจาคทุนคนญี่ปุ่นบางคนบริจาคติดต่อกันมาสิบห้าปีแล้ว 
    มาเยี่ยมนักเรียนทุนทุกปีด้วย

    อย่า...น้อยหน้าคนญี่ปุ่นพวกนี้นะคะ  เราคนไทยเองช่วยกัน
    พัฒนาอนาคตของชาติกันเถอะค่ะ  
    สนใจติดต่อหลังไมค์ได้ค่ะ


    November 07

    มิตรภาพจากเด็กน้อย

    ไปจัดค่ายอสม.น้อยที่จ.นครพนมมาค่ะ  ค่ายนี้ฟีดแบ็คดี  เด็ก ๆ ชมพี่สตาฟกันอื้ออึง

    ได้เพื่อนใหมด้วยค่ะ  ชื่อ "น้องกิ๊ฟ" เด็กสกลนคร เมื่อกี๊เพิ่งวางสายกันไป
    น้องกิ๊ฟเป็นเด็กน่ารัก  ตอนแรกไม่ค่อยคุย  แต่พอเครื่องติดปุ๊บก็วางไม่ลง

    เริ่มเม้าตั้งแต่ว่าอยู่บ้านกับตากับยาย  กับญาติอีกเยอะแยะ 

    วันจันทร์นี้มีกีฬาสี  กิ๊ฟยังไม่รู้ว่าจะแข่งอะไรแต่ถ้าแข่งเปตองล่ะก็หนูชนะชัวร์

    ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท  วันไหนจะไม่กินก็ไม่ได้ซื้อเลย  วันไหนอยากกินก็ซื้อเยอะ
    แต่เพื่อนอีกคนซื้อของเก่ง  ไปตลาดทีเสียเงินเป็นร้อยเลยนะ   กิ๊ฟซื้อแค่โค้ก 12 บาทก็พอแล้ว

    อยู่โรงเรียนได้ท็อปภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 1000 กิ๊ฟได้ 997  ที่หายไปสามคะแนน
    เพราะครูบอกว่า  พอแล้ว ๆ ได้เยอะแล้ว  เธอเอาไปแค่นี้พอ 

    เห็นกิ๊ฟท่าทางอย่างเงี้ย  ได้ 3 ที่แรกของชั้นตลอดเลยนะ (ทำเสียงภูมิใจด้วย)

    ตอนอยู่ค่ายที่พี่โฮ้ปฝากดูแลเพื่อนตอนหลังสามทุ่ม  กิ๊ฟดุเพื่อนให้นอนด้วยนะ  ตอนแรกก็ไม่กล้ากลัวเพื่อนเกลียด
    แต่ในที่สุดกิ๊ฟก็บอกว่า "เกรงใจเพื่อนหน่อยสิ  รู้จักมั้ยคำว่าเกรงใจน่ะ" (พี่โฮ้ปก็เลยชมไปค่ะ...เยี่ยมมากน้องกิ๊ฟ)

    เวลาเล่นเปตอง กิ๊ฟเป็นมือวาง  ส่วนเพื่อนชื่อแต เป็นมือกันลูก  (ท้าดวลพี่โฮ้ปเล่นเปตองอีกตะหาก...ชะชะ)

    ที่โรงเรียนเพิ่งสร้างห้องน้ำใหม่  สวยโคตร ๆ มาแทนอันเก่าที่พังแล้ว  (นั่นแหละค่า...งบของมูลนิธิ EDF ค่า)

    โปรเจ็คปลูกผักเลี้ยงปลา  น้องกิ๊ฟก็ไปร่วมด้วย  ชอบมาก ๆ (หรือว่าพูดเอาใจเราหว่า)

    คุยได้สักครึ่งช.ม.  น้องกิ๊ฟเกรงใจบอกว่า  เดี๋ยวเงินพี่โฮ้ปจะหมด...แต่แล้ว
    ก็เม้าต่ออีกครึ่งช.ม.  พอครบหนึ่งช.ม.  ก็หมดเรื่องคุย  บอกว่าเดี๋ยวหนูจะไปฝึกใช้อีเมล

    คุยกะน้องแล้วโลกสดใสจังเลย  ทำไมโลกนี้มันช่างน่าอภิรมย์และน่าอยู่ยังงี้
    เหมือนได้ชาร์จพลังความสดชื่นในตัว  คุยไปก็ยิ้มไป  หัวเราะไป  น้องเค้าเว้าซื่อ ๆ น่ารักดี
    บางทีก็มีภาษาอีสานน่ารัก ๆ โผล่มาให้เราได้แอบขำ

    นับว่าเป็นอะไรดี ๆ ที่เงินซื้อไม่ได้อีกอย่างหนึ่งค่ะ  รอยยิ้มและมิตรภาพของเด็ก 
    October 31

    งานแต่งเฮียเหนียว

    วันนี้ไปงานแต่งเฮียเหนียวมา  นั่งโต๊ะ "เยอรมันนี"

    งานแต่งน่ารักมากกกก  บรรยากาศไม่เกร็ง  คนมางานก็ไม่ได้แต่งตัวแบบหรูหราเว่อจนเกินไป
    บรรยากาศบ้าน ๆ น่ารัก ๆ (ไม่น่าเชื่อว่าจะทำบรรยากาศน่ารัก ๆ งี้ได้ในโรงแรมไฮโซ)

    ดูแล้วก็อิจฉาตาร้อน  มีคนมีความสุขเพิ่มบนโลกใบนี้อีกสองคนแล้ว

    รักกันนาน ๆ นะคะ  เวลาเห็นคนเค้ารักกันแล้วเราก็มีความสุขแทน Smile

    ไม่ได้ลงรูปเพราะไม่ได้เอากล้องไป  แต่อยากบอกว่า "ของกินอร่อยมากค่ะ"
    October 30

    โพนยางคำ นวลจันทร์21

    ไปแอ่วมาแล้วคร้าบพี่น้อง

    กับงานเลี้ยงส่งเฟิร์น  ไปกินกันสี่คนอิ่มปลิ้นในสนนราคาคนละสองร้อยต้น ๆ บาท

    เสียใจของหวานที่สั่งมา  แพ็คเกจนี่ซื้อของคนอื่นมาขายต่อแบบแค่แกะชื่อร้านออกเฉย ๆ
    แล้วก็เอามาเสิร์ฟเลย  สละลอยแก้วแค่เปิดฝาออกแล้วเอาช้อนพลาสติกใส่ให้  โอ้ว...เอากะเค้าสิ

    ไม่รู้ว่าเนื้ออร่อยแค่ไหนแต่อีกสามคนยืนยันว่า  อร่อยขั้นเมพ
    ตัวเรากินเบค่อนและตับ  ก็ว่า...อร่อยอ่ะ 
    กินแล้วคิดถึงพวกคนทางเยอรมันทันที  คิดถึงตอนทำหมูกะทะ
    แล้วก็คิดถึงตอนกินยากินิคุที่ญี่ปุ่น  ร้านแสนอร่อยร้านนั้น...ที่พวกเราชอบไปกินกัน

    หากใครได้ไปโพนยางคำซ.นวลจันทร์...สังเกตปากทางเข้าร้านดี ๆ มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญสองเครื่อง
    เครื่องนึงชื่อ "ร่ำรวย" อีกเครื่องชื่อ "พูนสุข" (ถ้าเราจำไม่ผิดนะ) พ่นเป็นสีแดง ๆ ที่เครื่องอย่างสวยงาม

    ให้อารมณ์ว่ามันเป็นเครื่องบินยังไงก็ไม่รู้  แต่ก็น่ารักดี...ชอบไอเดียนี้
    ดูให้ความสำคัญกับเครื่องซักผ้า  ประหยัดแมวกวักด้วย  แจ่มมากเลยทีเดียว


    October 25

    เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง

    ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนแห่งการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงสำหรับเรา
    มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมากกกก  สิ่งดี ๆ มากมายที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิต

    อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จังเลยค่ะ
    ตรงที่มีแต่สิ่งดี ๆ มีแต่ความทรงจำสวยงามให้ได้คิดถึง

    สองปีที่ผ่านมา  ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ คนไทย ณ แดนโคกสูง
    ที่คอยซัพพอร์ททั้งทางด้านที่พักอาศัยทางกายและทางใจ
    คำพูดให้สติและให้กำลังใจมากมาย  ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

    คงไม่ต้องเอ่ยชื่อนะคะว่าใครบ้างที่เคยร่วมผจญภัย
    ทำวีรกรรมผีบ้าต่าง ๆ นานาด้วยกันมา

    หมูกะทะบ้านพี่จูน ปีใหม่วัดไทยในปารีส  ปาร์ตี้ยามดึกที่หน้าชลอส
    ปาร์ตี้กลูไวน์ตอนคริสต์มาส  ปาร์ตี้น้ำชาอัมสเตอร์ดัม
    เมาปลิ้น ณ บ้านลุง  ผีห้องน้ำที่ยูสโฮสเทล  ฯลฯ

    Smile

    ตอนอยู่ก็หลอน  แต่พอกลับไทยแล้วก็คิดถึงบรรยากาศที่เยอรมันจังค่ะ
    คิดถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ที่นู่น  กินข้าวหม้อเดียวกัน มาม่าถ้วยเดียวกัน ฯลฯ รู้เช่นเห็นสันดานกันมา

    หวังว่าคราวหน้าเราจะได้ร่วมกินมาม่าหม้อเดียวกันอีก 




    September 25

    ครั้งหนึ่งในชีวิต...กับการดีเฟนด์ทีสิส

    เมื่อวานได้ดีเฟนด์ทีสิสป.โทเป็นครั้งแรกในชีวิต (และคงครั้งเดียว)
    ก่อนสอบ...ตื่นเต้น นอนไม่หลับ
    เจ็ดโมงเช้าพี่แจร้บโทรมาปลุก (ที่จิงไม่หลับหรอกแต่เอนกายบนเตียง)
     
    แปดโมงก็ถึงห้องสอบล่ะ
    เนื่องด้วยเป็นการสอบด่วนมาก ๆ จึงมีคนเข้าฟังเพียงแค่ โปรเรา, advisor, second referee
    เวลาพรีเซนท์ 15-20 min, discuss 20 min
    เอาเข้าจริงพรีเซนท์เกิน (เพราะอยากพูดเยอะ) เหลือเวลาดิสคัสประมาณสิบกว่านาที
     
    โปรตัวเองไม่ค่อยถามอะไรเท่าไหร่  แต่โดน second referee ถามซะเละ
    เค้าก็ถามเรื่องไอเดียว่าเธอคิดยังไง  ถ้าไม่มองจากมุมของชาวนา
    แต่มองจากมุม Starbucks เธอคิดว่าเค้าได้ช่วยชาวนาหรือเปล่า
     
    ทำไมราคารับซื้อกาแฟดอยอินฯกับออบหลวงจึงต่างกัน  
     
    เปอร์เซนต์ความแตกต่างของราคากาแฟระหว่างกลุ่มชาวนา ฯลฯ
     
    เป็นครั้งแรกที่โปรตัวเองแปลงร่าง (จากเซลเล่อ  เป็นเซเล่อมูน) เข้ามาพิทักษ์เรา
    พอเราทำหน้าเอ๋อ โปรก็ช่วยอธิบายเสร็จสรรพ  เราได้แต่อึ้ง...โปรเราก็รักเราเหมือนกันนะเนี่ย
     
    สอบเสร็จดิสคัสเสร็จก็ 08:50 โปรฯก็ไล่มารอหน้าห้อง  สักไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เปิดประตู
    มาพูดไรสักอย่างประมาณว่าเรายินดีที่ได้เธอมาเป็นนักเรียน  คะแนนพรีเซนท์เธอได้บีบวก
    ชะ...ชะ....
     
    บีบวก...บีบวกกกกกกกก (ตอนแรกคิดว่าที่ไล่ออกมานอกห้อง  เพราะว่าเราสอบตก!)
     
    และแล้วข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วมหาลัย
    วันนี้เดินไปไหน  เพื่อนก็มาแสดงความดีใจ
    เพราะจบคนแรกของรุ่น
    ได้สร้างขวัญกำลังใจให้เพื่อน  ว่า...กรูจบได้  เมิงก็จบได้สิ
     
    แล้ววันนี้ก็เป็นวันธรรมดา  ที่แสนสุขของเรา
    แม้จะไม่ได้ไปมิวนิค...บุ๋มน้อยกลอยใจกังวลลอบวางระเบิด
    แต่ก็เอาเต๊อะ  ได้นอนหลับพักผ่อน  เป็นโชคดีในชีวิตอย่างนึง  อิอิ
    August 30

    ที่มาของบรรยากาศมาคุ


    อ่านเพิ่มเติมได้ใน wikipedia

    มันมาจากหนังฮีโร่ญี่ปุ่นสมัยเก่าเรื่อง ตำรวจอวกาศเกียบัน 宇宙刑事ギャバン

    จักรวรรดิมาคุ เป็นอาณาจักรนึงในเรื่อง  ที่บรรยากาศทะมึน ๆ น่ะเอง

     มาคุ เป็นศัพท์สแลง แทนสถานการณ์หรือบรรยากาศที่เครียด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถพูดอะไรได้ หรือพูดไม่ออก คล้ายกับมีเมฆดำปกคลุม ในปัจจุบัน เด็กรุ่นนั้นได้โตเป็นผู้ใหญ่ บางส่วนก็ยังใช้ศัพท์นี้อยู่ และยังสามารถพบเห็นการใช้ศัพท์ดังกล่าวได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถูกนำมาใช้ตอนเดี่ยว ไมโครโฟน โดยโน้ต อุดม ทำให้คนทั้งประเทศใช้ตามและกลายเป็นศัพท์ของโอตาคุและอินเทอร์เน็จบางแห่งด้วย


    August 29

    ถูกหรือผิด

    บางครั้งในชีวิตที่เราไม่รู้ว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกหรือผิด
    กำลังเีบียดเบียนใครอยู่หรือไม่ 
    เราก็จะพยายามบอกกับตัวเองว่า
    "เราเจตนาดี  อยากให้เค้ามีความสุข  ถึงผิดก็ผิดแบบเจตนาดี"

    บางทีชีวิตเราก็ง่ายซะจนไม่น่าเชื่อ
    แต่บางครั้งเราก็ลืม  ลืมไปว่าอีกไม่นานก็ตาย ๆ กันแล้ว
    ถึงได้พยายามฉกฉวยสิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยาก ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไร
    ทั้ง ๆ ที่ไ้ด้มาแล้วมันก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป

    กลไกของธรรมชาติ  กลลวงของความรู้สึก
    พิษภัยของการปล่อยใจให้นึกคิดตามใจชอบ
    สุดท้าย...ก็เป็นปมเชือกที่มัดม้วนในใจ  ที่ตัวเองเท่านั้นจะคลี่คลายได้

    สู้กันต่อไป  ไม่ว่าจะล้มอีกกี่ครั้ง 
    ก็ขอให้ยืนหยัดลุกขึ้นสู้
    ด้วยใจที่เข้มแข็งและเบิกบาน
    August 24

    ขอบคุณ

    ขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในแต่ละวัน
    ขอบคุณที่ยังมีลมหายใจ  ให้ต่อสู้กันต่อไป
    ขอบคุณความยากลำบากที่ทำให้เราได้รู้คุณค่าของการได้พักผ่อน
    ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของความสุข
    ขอบคุณสีสันทุกอย่างในชีวิต  จะสีดำหรือสีขาว  ก็แต่งแต้มชีวิตเราทั้งนั้น

    ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  รู้ทุกคุณค่าของลมหายใจ  สู้ต่อไปทาเคชิ
    August 23

    เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้

    ที่ผ่าน ๆ มาได้ไปช่วยเค้ามอบทุนการศึกษาให้เด็กเรียนดีแต่ยากจน

    คนนึงพ่อแม่ถูกจับด้วยข้อหายาบ้า  พ่อตายในคุกแม่ยังถูกขังลืม  อยู่กับน้าชายขี้เหล้า
    อีกคนพ่อแม่อยู่ครบ  แต่แม่เป็นบ้า  พ่อเป็นมะเร็งตับ
    มีเด็กอาศัยในบริเวณป่าสงวน  น้ำไฟไม่มี เวลาไปเรียนก็ปั่นจักรยานไปห้าโล  อยู่กับแม่ น้องสาว และยาย  เพราะพ่อไปได้เมียใหม่
    น้องอีกคนอยู่กับตาและยาย  พ่อแต่งงานใหม่  แม่ตายด้วยเอดส์ตอนเด็กอายุเจ็ดเดือน ตาเป็นมะเร็งปอดขั้นสุดท้าย  เหลือยายทำงานรับจ้างได้วันละร้อยยี่สิบ  แถมต้องหมดไปกับค่ายารักษาตาอีก 

    เรื่องความเป็นอยู่ไม่ต้องถามหรอก  เด็กแต่ละคนจับตัวไปมีแต่กระดูก

    แต่

    ชีวิตบางคน...ไ้ด้เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นเกิน 
    ห้ามรับราชการ ห้ามทำงาน NGO  ห้ามนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง ฯลฯ  

    ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ก็จริง...แต่อย่างน้อยทางที่เลือกเดินก็ถ้าเลือกได้อย่างอิสระ  ก็คงจะดี


    August 19

    MAMMA MIA...ฉุกเฉินกะทันหัน

    อยู่ ๆ ก็มีอีเมลด่วน
    "พรุ่งนี้รบกวนด้วยนะ" (เป็นภาษาญี่ปุ่น) สั้น ๆ จากคนที่เคยทำงานแปลให้
    โทรสอบถามจากพี่ทนายความได้ความว่า  ยังหาคนแปลงานไม่ได้
    บร๊ะเจ้า...ให้ตายเหอะ  งานพรุ่งนี้อีเมลมาเรียกตรูวันนี้
    พยายามบ่ายเบี่ยงเพราะความรู้ญี่ปุ่นคืนหม้อคืนไหไปหมดแล้ว
    ประกอบกับยุ่งกับการเขียนเล่มเป็นที่สุด
    แต่ก็ได้รับการตอบกลับมาว่า

    "พี่ยังหาคนไม่ได้เลย  น้องโฮ้ปช่วยพี่หน่อยนะครับ  พี่จองตั๋วกับที่พักไว้แล้วนะ
    คราวนี้พี่ไปไม่ได้  น้องโฮ้ปบินเดี่ยวนะครับ  เกรงใจจริง ๆ แต่ขอบคุณมากเลย" (-__= ;)

    พี่คะ...หนูก็รักเด็ก และชอบทำการกุศลก็จริงค่ะ  แต่ตอนนี้หนูอยากเรียนจบแล้วค่ะ
    แต่...พี่กล้าท้าหนูก็กล้าไปค่ะ    เอาไงเอากันค่ะ  ใจอยู่แล้ว

    และแล้ววันนี้งานก็ถูกส่งมาพร้อมตั๋วเครื่องบิน  และเงินหนึ่งก้อนที่ถูกโอนเข้าบัญชีแล้วเรียบร้อย
    หากไม่ติดว่าพี่เค้าเป็นทนายความนะ  ป่านนี้เชิดเงินเอาไปช้อปปิ้งสบายใจเฉิบแล้ว  อิอิิ

    MAMMA MIA!! Here I go again...My..my..
    อุแม่เจ้า...รู้สึกตัวอีกทีก็มีตั๋วเครื่องบินอยู่ตรงหน้า  มานคืออารายกันนี่

    ผลคือ...แบกคอมเครื่องใหญ่ไปด้วย  พ่อแม่พี่น้อง...ทำไมมารผจญธีสิสมันเยอะจังวุ้ย

    August 17

    ออโรร่า...ความใฝ่ัฝันอันสูงสุด

     จำได้ว่าเห็นรูปออโรร่าครั้งแรกจากหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะตอนประถมต้น  ที่มันมีหน้านึงลงรูปปรากฎการณ์ธรรมชาติ
    เกิดอาการประทับใจ  วิ่งเข้าห้องสมุดไปเปิดหาหนังสือรูปภาพออโรร่า  ดูแล้วก็...ใฝ่ฝันถึงขั้นเพ้อ
    ว่า...ซักวันในชีวิตชั้นต้องเห็นมันให้ได้

    ท้องฟ้ากว้างใหญ่  ที่มีแสงสีเขียวสลัว ๆ พาดผ่าน  ดูมันลึกลับน่าค้นหา  ตายไปคงไม่เสียดายหากได้เห็นมันแล้ว

    ออโรร่าเป็นหนึ่งในความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ลูกผู้หญิงอย่างชั้นใฝ่ฝันจะได้ไปเห็น
    (นอกจากความฝันเรียนมวยไทย  ที่ทุกวันนี้ประสบความสำเร็จไปแล้ว)

    วันนี้ไปซื้อหนังสือท่องเที่ยวนอร์เวย์มา   จะไปตามหาแสงเหนือตอนปลายต.ค.ต้นพ.ย.
    ผู้ใจรักและใจกล้าทั้งหลาย  แพ็คเสื้อหนาว  เตรียมรองเท้าบู๊ท  ลุยกันโลด

    Quote

    YouTube - Northern Lights - The Sky At Night - BBC Four
      

    August 16

    point of no return

    วันนี้มีความตั้งใจให้กับตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ
    ว่าต่อจากนี้ไป  จะไม่มี...ไม่มีอดีต
    อดีตที่ดีหรือร้าย  สุดท้ายก็คือวันวานผ่านไป
    อยู่กับปัจจุบัน  สร้างเหตุที่ดี  และจะไม่พะวงอนาคต

    ขอตั้งใจยังงี้  และช่วยเตือนกันด้วยหากวันไหนมีเพ้อ

    ขอบคุณคร้า
    August 15

    สัจจะไม่มีในหมู่ชาย

    ช่วงนี้ยังพยายามจูนวิถีชีิวิตให้ปกติค่ะ  อาจจะมีแผ่นเสียงตกร่องไปบ้าง
    แต่ก็...โอเคค่ะ  ชีวิตไม่ได้ว้าเหว่เงียบเหงาซึมเศร้า  พอมีเสียงคนเคล้าบรรเลง
    พร้อมเสียงดนตรีแนวให้กำลังใจ  ให้มองไปข้างหน้า

    ซึ้งค่ะ  มีพี่โทรจากแดนไกลมาเพื่อบอกว่า
    "ตัดใจและให้อภัยเหอะโฮ้ป" ทำได้ค่ะ...ต้องทำได้อยู่แล้วบ่ยั่น  

    แต่ถึงกระนั้น  บางทีก็ยังเผลอคิดแค้นจนได้ค่ะ

    แค้นว่า...แม่ง...ทำกันได้... แต่ก็..."สัจจะไม่มีในหมู่ชาย"
    ยิ่งโดนสัญญาอะไรดี ๆ ไว้มากเท่าไหร่ยิ่งแค้นเท่านั้น  

    แต่สัญญาของบางคนก็เหมือนสัญญาของบริษัทมือถือแหละค่ะ
    เหมือนจะดี ทำให้เรารู้สึกฉลาดที่เลือกทำสัญญากับบริษัทนี้
    แต่พอดูบิลดี ๆ แล้วถึงจะได้รู้ว่า...แม่ง...หลอกกรูใส ๆ
    เคเบิ้ลทีวีที่บอกจะแถม  มันก็แถมแต่ช่องกะหลั่วๆ มาให้
    แต่ก็นั่นแหละค่ะ...เรามันโง่เอง  ไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน
    จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้...เพราะบริษัทเค้าต้องทำกำไรเพื่อความอยู่รอด

    สุดท้ายก็จบลงด้วยเพลงของพี่นิโคลที่บอกว่า
    "สุขก็ยิ้มได้ เจ็บก็ยิ้มได้ ให้ราคามันเท่ากัน  ยิ้มให้มันก็พอ"
    Smile... ยิ้มสู้ค่ะ  โลกนี้ยังมีเรื่องมากมายให้เราออกไปพบเจอ
    เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ต้องต่อสู้ชีวิตต่อไป...อ้าว...สู้กันไปต่อไปทาเคชิ

    August 14

    Talking about YouTube - [Official MV] ฆ่าตัวตาย โอ๋(futon) Greenlight Project2

    เพลงน่ารักแบบโหด ๆ แต่ก็ชอบ  

    Quote

    YouTube - [Official MV] ฆ่าตัวตาย โอ๋(futon) Greenlight Project2
      

    August 13

    นิติเบวแอนด์มิ้งกี้

    ฉันมีเพื่อนคนนึง (ที่จิงมีหลายคน  แต่วันนี้อยากเขียนถึงคนนี้)
    เป็นเพื่อนที่น่ารักมาก  ตอนฉันอยู่ญี่ปุ่นเค้าเขียนจ.ม.มาให้กำลังใจฉันบ่อยมาก
    ทุกครั้งที่ฉันเห็นลายมือตัวหนังสือหัวกลม  ตัวอักษรโย้เย้แต่เป็นระเบียบ เรียงมา
    ฉันก็รู้ว่าวันนี้ฉันต้องได้หัวเราะแน่นอน

    ฉันอ่านจ.ม.ไปอมยิ้มไป  ข้อความให้กำลังใจแบบน่ารัก ๆ "โฮ้ป  แกต้องอดทนนะ ฯลฯ"
    จำได้ว่าตอนไปญี่ปุ่นแรก ๆ ฉันท้อมาก  คิดว่าจะทิ้งทุนเพื่อกลับไปเรียนที่ไทย
    แต่ก็ส่วนนึง  ได้จ.ม.จากเพื่อนคนนี้  ให้กำลังใจ  ถึงได้เรียนรอดผ่านตอนนั้นมาได้

    เวลาผ่านไปหกปี  วันนี้ฉันได้เจอเพื่อนคนนี้อีก  เค้ายังน่ารักเหมือนเดิม
    ไม่รู้ว่าตัวหนังสือเค้ายังเป็นตัวหัวกลมโย้เย้อยู่หรือเปล่า   แต่หน้าเค้ายังกลมเหมือนเดิม
    (เค้าเรียกว่าหน้าอิ่ม  แบบอิ่มเอมใจ  มีความสุข...เนาะ)
    ที่สำคัญเค้ามีแฟนน่ารักมากด้วย  เป็นเพื่อนรักของฉันอีกน่ะแหละ

    เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้ชั้นเชื่อว่า
    คนทำดีต้องได้สิ่งดี ๆ ตอบแทนกลับมา
    เพราะฉะนั้น...ฉันจึงไม่ท้อ  ที่จะทำดีต่อไป  แม้ว่าจะมีอุปสรรคมาหลอกล่อ
    ให้ชั้นต้องเสียดาย และย้อนอยากกลับไปในทางเก่า ๆ ที่คุ้นเคย  เพราะเหมือนดูหอมหวานภายสั้น
    แต่ระยะยาวแล้วอาจจะต้องทนกล้ำกลืนไปตลอดชีวิต Smile

    ความดี...ถ้าทำกันง่าย ๆ โดยไม่มีอุปสรรค  โลกนี้ก็คงมีแต่ความสงบสุขไปแล้วล่ะ


    August 12

    เหนื่อยจัง

    ไปเรียนชกมวยมาค่ะ  เหนื่อยแฮ่กเลย  ได้สัจธรรมอย่างนึงว่า
    คนเราอยู่นิ่ง ๆ ไม่เหนื่อย  แต่ถ้าเริ่มเคลื่อนที่เมื่อไหร่ถึงแม้จะแค่ฟุตเวิร์คก็เหนื่อยมาก

    เหมือนจิตใจเราค่ะ  แค่ออกวิ่งไปตามหาสิ่งที่ต้องการ...ก็เหนื่อยแล้ว
    เหนื่อยกับการเอาหัวใจไปผูกกับใครจังเลยค่ะ  ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์แท้ ๆ

    ช่วงนี้ก็มีปัญหาต่าง ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ค่ะ  ค่อย ๆ เรียนรู้และฝึกที่จะแก้กันไปค่ะ
    อะไรที่กระทบกระทั่งกันนิดหน่อยก็อดทนไว้  ตราบใดที่ยังไม่ชนเข้ามาจัง ๆ
    ถึงบางทีโดนชน...ทั้ง ๆ ที่เราอยู่นิ่ง ๆ  บางทีเราก็ต้องยอมรับผิดไว้ก่อนค่ะ

    แต่เชื่อนะคะ...เชื่อว่า พูดดี ทำดี คิดดี แล้วสิ่งดี ๆ จะกลับเข้ามาค่ะ
    ตอนนี้อาจจะรับกรรมที่เคยทำร้าย ๆ กับคนในอดีต  แต่ในอนาคต...เชื่อว่า
    จะต้องได้เจอสิ่งที่ดีกว่านี้  ดีขึ้นทุกวัน ๆ แน่นอนค่ะ Smile


    August 11

    แม่ตัวอย่างปีนี้...ให้เลยสิบดาว

    ทีมวิจัยชูหลินฮุ่ย"แม่ตัวอย่าง" นิ้วสั้นแต่เพียรอุ้ม-เลี้ยงลูก
    9 สค. 2552 16:28 น.

    หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าพัฒนาการแม่ลูกแพนด้าว่า ขณะนี้ลูกแพนด้าเริ่มคลานได้คล่อง ... ช่วงเช้านี้พบว่าลูกแพนด้าดูดนมแม่อย่างชัดเจนโดยหลินฮุ่ยอุ้มลูกพลิกไปยัง เต้านมที่ลูกจะกิน ขณะที่ลูกแพนด้ากินนมอยู่หลินฮุ่ยจะใช้เวลานั่งทำความสะอาดลูกไปด้วย ลูกแพนด้าได้ส่งเสียงครางขณะดูดนม หลินฮุ่ยจึงใช้มือตบที่ก้นลูกเบาๆเพื่อกล่อมให้หลับไป
    ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่แพนด้าน้อยเกิดมาจนมีอายุได้ 74 วัน คือสัญชาตญาณการเป็นแม่ที่ดีของหลินฮุ่ย ยิ่งเวลาหลินฮุ่ยอุ้มลูกไว้ด้วยขาหน้าทั้งสองข้างที่ต้องใช้วิธีประคองเท่า นั้น เพราะแพนด้าไม่มีนิ้วโป้งที่ยาวเหมือนกับคน จึงไม่สารถอุ้มลูกโดยใช้มือสอดไว้ใต้แขนได้ถนัด การอุ้มลูกจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่ไม่เหนือความพยายามของหลินฮุ่ยที่สู้อุตส่าห์อุ้มลูกที่มีน้ำหนักตัวมาก ขึ้นเรื่อยๆไว้ได้ ในสายตาของทีมวิจัยและพี่เลี้ยงมองว่าหลินฮุ่ยสมกับเป็นแม่ตัวอย่างอย่างแท้ จริง



    พี่หน่อยอ่านข่าวนี้อยากเป็นแม่ตัวอย่างบ้าง...ถึงกับเปรยว่าจะไปตัดนิ้วโป้ง
    (แต่เจ๊ดันลืมไปว่าอีกอย่างคือต้องมีลูกด้วย ฮาาาา)



    พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้ว  ได้เวลาแม่ ๆ กร่าง 
    แต่เนื่องด้วยบ้านเราไม่มีนโยบายสปอยล์แม่
    ก็คงจะเป็นวันอันปกติอันแสนสงบสุขวันหนึ่งต่อไป


    August 10

    บ้านบนดอยภาคสอง

    เรื่องจริงไม่อิงนิยาย

    เรา"พี่คะ...ที่บ้านพี่ใช้ส้วมซึมหรือเปล่าคะ"
    พี่สาวอายุแก่กว่าเรานิด ๆ ... (ทำหน้าคิด)..."ส้วมหรอ...ส้วมก้อ...ซึมนิดหน่อยนะ  แต่หลังคาซึมเยอะกว่า" (ป่าดโธ่...เมื่อคืนฝนไม่น่าตกเล้ย)

    เรา "ทุกวันนี้ขายกาแฟให้ใครหรอคะ"
    คุณลุง "ตาบั๊ก"
    ....(คนในหมู่บ้านหรือเปล่าเนี่ย  เค้าคือใครกัน???)
    ล่าม "คุณลุงขายกาแฟให้สตาร์บัคส์ค่ะ"

    เรา "คุณยาย  คุณยายขายกาแฟให้ใครคะ"
    คุณยาย "ให้อ้ายเนด"
    เรา "แล้วคุณยายไม่ขายให้สตาร์บัคส์หรอคะ"
    คุณยาย "อะไรนะ"
    เรา "สตาร์บัคส์น่ะค่ะ  เคยได้ยินไหมคะ"
    คุณยาย "อ๋อ  รู้จักสิ  ที่เอาไว้ใช้ขัดหม้อใช่ไหม"
    (นั่นมัน สก๊อตไบร๊ท์!!!!!!!!)

    ณ วันหนึ่งที่เรากับนิกคิดจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอยอินทนนท์
    เรา "แม่  เดี๋ยวพวกหนูจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนะ  ไปด้วยกันไหม"
    แม่ชาวเขา "ม่าปาล่ะ  พวกหนูเอาถูท้าวไปโต้ยนา  ข้างโบมาหนาวเจี๊ยบเลย"

    ไปดูกันเส็ดก็กลับมากินข้าวที่เค้าทำไว้ให้
    แม่ "เหนพระอาทิมั้ย"
    นิก "เห็นจ้ะแม่"
    แม่ "แล้วที่บ้านหนูพระอาทิม่ายขึ้นหรอ"
    นิก นิก นิกช่วยเราตอบที ...
    August 09

    เหตุผลที่ฉันรักสถาบันกษัตริย์

    เคยเห็นสถาบันกษัตริย์เป็นเหมือนบริษัทอย่างนึง  ที่ทุกคนพากันยกย่อง
    ก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะทำไม  อาจจะเพราะบรรพบุรุษเค้าสร้างประเทศ  ลูกหลานเลยได้ผลประโยชน์?

    ไม่เคยจะได้รู้จนวันที่ได้ขึ้นดอย  คุยกับพี่น้องชาวเขา

    "แต่ก่อนายหลัวเคยสะเดะ   เมื่อสิบก่าปีก่อนโน้น"
    พี่โยแส่พูดพร้อมชี้ไปที่รูปแกตอนหนุ่ม ๆ ที่รับเสด็จในหลวง
    ขยี้ตาหลายรอบกว่าจะรู้ว่านั่นคือตัวแกเมื่อสิบกว่าปีก่อน  วิวข้างหลังมีถนนเส้นเล็ก ๆ
    ไม่รู้ว่ารถวิ่งขึ้นมาได้ยังไง  ขนาดทุกวันนี้โฟร์วีลยังแอบหอบ

    "นายหลัวมาให้เหรียน  แต่ก่อม่ามีบัดปาชาชน  ก้อช้ายเหรียนนี้แหละเดอทา"
    อ๋อ...เสด็จมาให้เหรียญแสดงความเป็นคนไทย  เพราะแต่ก่อนรัฐบาลไม่ยอมออกบัตรประชาชนให้
    พอได้เหรียญจากในหลวงก็พกติดตัวไว้แสดงว่าเราเป็นคนไทย  เดินโก้ไปไหนมาไหนได้แล้ว  ไม่ถูกจับ

    "แล้วคนในหมู่บ้านตอนกลางวันหายไปไหนหมดคะ"
    "ปายทางานล่ะก๊า"
    "งาน...งานอะไรหรอคะ"
    "รัดจ้างโคงกานหลวง  ก็มีปลู่ด่อม้าย ปลู่ผ่า ด้ายวาละร้อยยี่สิบ"
    "แล้วก่อนหน้าที่จะมีโครงการหลวงทำงานอะไรกันคะ"
    "ซาหมาก่อนปลู่ฝิ่น  โตงนี้เปนร่ายฝิ่นโหมะเลย"

    เมื่อถามถึงคำถามว่า  ไปเลือกตั้งทุกครั้งไหม
    ร้อยเปอร์เซนต์  ไม่ว่าจะคนเฒ่าคนแก่  ทุกคนตอบอย่างภูมิใจว่า "ไป ไปสิ"
    (ถ้าไม่ไปจะโดนพ่อหลวงเดินมาเรียกและโดนเพื่อนบ้านประนาม...อิอิ)

    ก็เลยได้เห็นว่า...เราซะอีก  ได้สัญชาติไทยมาง่าย ๆ กลับไม่ค่อยใช้ประโยชน์
    อยู่ในที่ที่สบายแล้ว  เลยไม่รู้ว่า...ในหลวงพระราชินีท่านเสด็จไปช่วยชาวเขานั้น
    มันเป็นเรื่องจริงไม่ได้เฟ้ค  และทุกวันนี้ชาวเขาพวกนั้นก็อยู่ได้ด้วยโครงการหลวง

    จากวันขึ้นดอยมาจนวันนี้  ชั้นจึงภูมิใจที่ประเทศไทยมีสถาบันกษัตริย์
    และรู้สึกรักสถาบันนี้มากขึ้นกว่าทุกที  ที่เคยเป็น
    ได้เห็นแววตาของพี่น้องชาวเขาเวลาพูดถึง "นายหลัว พร้าราชีนี"
    ช่างเป็นแววตาที่จงรักภักดี  และดูอบอุ่นนุ่มนวลเป็นที่สุด