Profilo di hopeh(",)pEfUllyFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

h(",)pEfUlly

h (~A~)p ;-P y

Windows Media Player

Foto 1 di 8

Meteo

Caricamento in corso...
22 novembre

November Trip 2009

จบไปได้ด้วยดีสำหรับ November Trip 2009
ขอบคุณพี่ปูที่พาเราไปให้ได้เจอสิ่งดี ๆ ในชีวิตเพิ่มอีกหลาย ๆ อย่าง

คนญี่ปุ่นหลายคนสงสัยว่า....คนไทยไม่เห็นจะจนอย่างที่คิด
สถานการณ์การศึกษาในไทยไม่ได้แย่อย่างประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
อย่างนี้...เอาเงินไปสนับสนุนเด็กลาว เขมร ดีกว่าไหม?

ในหมู่บ้าน...เด็ก ๆ ก็มีมือถือใช้  มีทีวีดู  แล้วมันจนยังไง?

ปัญหามันอยู่ที่ค่านิยมมากกว่า  พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อวัตถุสิ่งของ
แทนการที่จะเอาเงินไปทุ่มให้การศึกษาของลูก 
เด็กก็เลยไม่มีรองเท้านักเรียน
ไม่มีหนังสือเรียน  ไม่มีเงินซื้อข้าวเที่ยงกิน ฯลฯ

ผู้บริจาคทุนคนญี่ปุ่นบางคนบริจาคติดต่อกันมาสิบห้าปีแล้ว 
มาเยี่ยมนักเรียนทุนทุกปีด้วย

อย่า...น้อยหน้าคนญี่ปุ่นพวกนี้นะคะ  เราคนไทยเองช่วยกัน
พัฒนาอนาคตของชาติกันเถอะค่ะ  
สนใจติดต่อหลังไมค์ได้ค่ะ


07 novembre

มิตรภาพจากเด็กน้อย

ไปจัดค่ายอสม.น้อยที่จ.นครพนมมาค่ะ  ค่ายนี้ฟีดแบ็คดี  เด็ก ๆ ชมพี่สตาฟกันอื้ออึง

ได้เพื่อนใหมด้วยค่ะ  ชื่อ "น้องกิ๊ฟ" เด็กสกลนคร เมื่อกี๊เพิ่งวางสายกันไป
น้องกิ๊ฟเป็นเด็กน่ารัก  ตอนแรกไม่ค่อยคุย  แต่พอเครื่องติดปุ๊บก็วางไม่ลง

เริ่มเม้าตั้งแต่ว่าอยู่บ้านกับตากับยาย  กับญาติอีกเยอะแยะ 

วันจันทร์นี้มีกีฬาสี  กิ๊ฟยังไม่รู้ว่าจะแข่งอะไรแต่ถ้าแข่งเปตองล่ะก็หนูชนะชัวร์

ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท  วันไหนจะไม่กินก็ไม่ได้ซื้อเลย  วันไหนอยากกินก็ซื้อเยอะ
แต่เพื่อนอีกคนซื้อของเก่ง  ไปตลาดทีเสียเงินเป็นร้อยเลยนะ   กิ๊ฟซื้อแค่โค้ก 12 บาทก็พอแล้ว

อยู่โรงเรียนได้ท็อปภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 1000 กิ๊ฟได้ 997  ที่หายไปสามคะแนน
เพราะครูบอกว่า  พอแล้ว ๆ ได้เยอะแล้ว  เธอเอาไปแค่นี้พอ 

เห็นกิ๊ฟท่าทางอย่างเงี้ย  ได้ 3 ที่แรกของชั้นตลอดเลยนะ (ทำเสียงภูมิใจด้วย)

ตอนอยู่ค่ายที่พี่โฮ้ปฝากดูแลเพื่อนตอนหลังสามทุ่ม  กิ๊ฟดุเพื่อนให้นอนด้วยนะ  ตอนแรกก็ไม่กล้ากลัวเพื่อนเกลียด
แต่ในที่สุดกิ๊ฟก็บอกว่า "เกรงใจเพื่อนหน่อยสิ  รู้จักมั้ยคำว่าเกรงใจน่ะ" (พี่โฮ้ปก็เลยชมไปค่ะ...เยี่ยมมากน้องกิ๊ฟ)

เวลาเล่นเปตอง กิ๊ฟเป็นมือวาง  ส่วนเพื่อนชื่อแต เป็นมือกันลูก  (ท้าดวลพี่โฮ้ปเล่นเปตองอีกตะหาก...ชะชะ)

ที่โรงเรียนเพิ่งสร้างห้องน้ำใหม่  สวยโคตร ๆ มาแทนอันเก่าที่พังแล้ว  (นั่นแหละค่า...งบของมูลนิธิ EDF ค่า)

โปรเจ็คปลูกผักเลี้ยงปลา  น้องกิ๊ฟก็ไปร่วมด้วย  ชอบมาก ๆ (หรือว่าพูดเอาใจเราหว่า)

คุยได้สักครึ่งช.ม.  น้องกิ๊ฟเกรงใจบอกว่า  เดี๋ยวเงินพี่โฮ้ปจะหมด...แต่แล้ว
ก็เม้าต่ออีกครึ่งช.ม.  พอครบหนึ่งช.ม.  ก็หมดเรื่องคุย  บอกว่าเดี๋ยวหนูจะไปฝึกใช้อีเมล

คุยกะน้องแล้วโลกสดใสจังเลย  ทำไมโลกนี้มันช่างน่าอภิรมย์และน่าอยู่ยังงี้
เหมือนได้ชาร์จพลังความสดชื่นในตัว  คุยไปก็ยิ้มไป  หัวเราะไป  น้องเค้าเว้าซื่อ ๆ น่ารักดี
บางทีก็มีภาษาอีสานน่ารัก ๆ โผล่มาให้เราได้แอบขำ

นับว่าเป็นอะไรดี ๆ ที่เงินซื้อไม่ได้อีกอย่างหนึ่งค่ะ  รอยยิ้มและมิตรภาพของเด็ก 
31 ottobre

งานแต่งเฮียเหนียว

วันนี้ไปงานแต่งเฮียเหนียวมา  นั่งโต๊ะ "เยอรมันนี"

งานแต่งน่ารักมากกกก  บรรยากาศไม่เกร็ง  คนมางานก็ไม่ได้แต่งตัวแบบหรูหราเว่อจนเกินไป
บรรยากาศบ้าน ๆ น่ารัก ๆ (ไม่น่าเชื่อว่าจะทำบรรยากาศน่ารัก ๆ งี้ได้ในโรงแรมไฮโซ)

ดูแล้วก็อิจฉาตาร้อน  มีคนมีความสุขเพิ่มบนโลกใบนี้อีกสองคนแล้ว

รักกันนาน ๆ นะคะ  เวลาเห็นคนเค้ารักกันแล้วเราก็มีความสุขแทน Smile

ไม่ได้ลงรูปเพราะไม่ได้เอากล้องไป  แต่อยากบอกว่า "ของกินอร่อยมากค่ะ"
30 ottobre

โพนยางคำ นวลจันทร์21

ไปแอ่วมาแล้วคร้าบพี่น้อง

กับงานเลี้ยงส่งเฟิร์น  ไปกินกันสี่คนอิ่มปลิ้นในสนนราคาคนละสองร้อยต้น ๆ บาท

เสียใจของหวานที่สั่งมา  แพ็คเกจนี่ซื้อของคนอื่นมาขายต่อแบบแค่แกะชื่อร้านออกเฉย ๆ
แล้วก็เอามาเสิร์ฟเลย  สละลอยแก้วแค่เปิดฝาออกแล้วเอาช้อนพลาสติกใส่ให้  โอ้ว...เอากะเค้าสิ

ไม่รู้ว่าเนื้ออร่อยแค่ไหนแต่อีกสามคนยืนยันว่า  อร่อยขั้นเมพ
ตัวเรากินเบค่อนและตับ  ก็ว่า...อร่อยอ่ะ 
กินแล้วคิดถึงพวกคนทางเยอรมันทันที  คิดถึงตอนทำหมูกะทะ
แล้วก็คิดถึงตอนกินยากินิคุที่ญี่ปุ่น  ร้านแสนอร่อยร้านนั้น...ที่พวกเราชอบไปกินกัน

หากใครได้ไปโพนยางคำซ.นวลจันทร์...สังเกตปากทางเข้าร้านดี ๆ มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญสองเครื่อง
เครื่องนึงชื่อ "ร่ำรวย" อีกเครื่องชื่อ "พูนสุข" (ถ้าเราจำไม่ผิดนะ) พ่นเป็นสีแดง ๆ ที่เครื่องอย่างสวยงาม

ให้อารมณ์ว่ามันเป็นเครื่องบินยังไงก็ไม่รู้  แต่ก็น่ารักดี...ชอบไอเดียนี้
ดูให้ความสำคัญกับเครื่องซักผ้า  ประหยัดแมวกวักด้วย  แจ่มมากเลยทีเดียว


25 ottobre

เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง

ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนแห่งการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงสำหรับเรา
มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมากกกก  สิ่งดี ๆ มากมายที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิต

อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จังเลยค่ะ
ตรงที่มีแต่สิ่งดี ๆ มีแต่ความทรงจำสวยงามให้ได้คิดถึง

สองปีที่ผ่านมา  ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ คนไทย ณ แดนโคกสูง
ที่คอยซัพพอร์ททั้งทางด้านที่พักอาศัยทางกายและทางใจ
คำพูดให้สติและให้กำลังใจมากมาย  ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

คงไม่ต้องเอ่ยชื่อนะคะว่าใครบ้างที่เคยร่วมผจญภัย
ทำวีรกรรมผีบ้าต่าง ๆ นานาด้วยกันมา

หมูกะทะบ้านพี่จูน ปีใหม่วัดไทยในปารีส  ปาร์ตี้ยามดึกที่หน้าชลอส
ปาร์ตี้กลูไวน์ตอนคริสต์มาส  ปาร์ตี้น้ำชาอัมสเตอร์ดัม
เมาปลิ้น ณ บ้านลุง  ผีห้องน้ำที่ยูสโฮสเทล  ฯลฯ

Smile

ตอนอยู่ก็หลอน  แต่พอกลับไทยแล้วก็คิดถึงบรรยากาศที่เยอรมันจังค่ะ
คิดถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ที่นู่น  กินข้าวหม้อเดียวกัน มาม่าถ้วยเดียวกัน ฯลฯ รู้เช่นเห็นสันดานกันมา

หวังว่าคราวหน้าเราจะได้ร่วมกินมาม่าหม้อเดียวกันอีก 




25 settembre

ครั้งหนึ่งในชีวิต...กับการดีเฟนด์ทีสิส

เมื่อวานได้ดีเฟนด์ทีสิสป.โทเป็นครั้งแรกในชีวิต (และคงครั้งเดียว)
ก่อนสอบ...ตื่นเต้น นอนไม่หลับ
เจ็ดโมงเช้าพี่แจร้บโทรมาปลุก (ที่จิงไม่หลับหรอกแต่เอนกายบนเตียง)
 
แปดโมงก็ถึงห้องสอบล่ะ
เนื่องด้วยเป็นการสอบด่วนมาก ๆ จึงมีคนเข้าฟังเพียงแค่ โปรเรา, advisor, second referee
เวลาพรีเซนท์ 15-20 min, discuss 20 min
เอาเข้าจริงพรีเซนท์เกิน (เพราะอยากพูดเยอะ) เหลือเวลาดิสคัสประมาณสิบกว่านาที
 
โปรตัวเองไม่ค่อยถามอะไรเท่าไหร่  แต่โดน second referee ถามซะเละ
เค้าก็ถามเรื่องไอเดียว่าเธอคิดยังไง  ถ้าไม่มองจากมุมของชาวนา
แต่มองจากมุม Starbucks เธอคิดว่าเค้าได้ช่วยชาวนาหรือเปล่า
 
ทำไมราคารับซื้อกาแฟดอยอินฯกับออบหลวงจึงต่างกัน  
 
เปอร์เซนต์ความแตกต่างของราคากาแฟระหว่างกลุ่มชาวนา ฯลฯ
 
เป็นครั้งแรกที่โปรตัวเองแปลงร่าง (จากเซลเล่อ  เป็นเซเล่อมูน) เข้ามาพิทักษ์เรา
พอเราทำหน้าเอ๋อ โปรก็ช่วยอธิบายเสร็จสรรพ  เราได้แต่อึ้ง...โปรเราก็รักเราเหมือนกันนะเนี่ย
 
สอบเสร็จดิสคัสเสร็จก็ 08:50 โปรฯก็ไล่มารอหน้าห้อง  สักไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เปิดประตู
มาพูดไรสักอย่างประมาณว่าเรายินดีที่ได้เธอมาเป็นนักเรียน  คะแนนพรีเซนท์เธอได้บีบวก
ชะ...ชะ....
 
บีบวก...บีบวกกกกกกกก (ตอนแรกคิดว่าที่ไล่ออกมานอกห้อง  เพราะว่าเราสอบตก!)
 
และแล้วข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วมหาลัย
วันนี้เดินไปไหน  เพื่อนก็มาแสดงความดีใจ
เพราะจบคนแรกของรุ่น
ได้สร้างขวัญกำลังใจให้เพื่อน  ว่า...กรูจบได้  เมิงก็จบได้สิ
 
แล้ววันนี้ก็เป็นวันธรรมดา  ที่แสนสุขของเรา
แม้จะไม่ได้ไปมิวนิค...บุ๋มน้อยกลอยใจกังวลลอบวางระเบิด
แต่ก็เอาเต๊อะ  ได้นอนหลับพักผ่อน  เป็นโชคดีในชีวิตอย่างนึง  อิอิ
30 agosto

ที่มาของบรรยากาศมาคุ


อ่านเพิ่มเติมได้ใน wikipedia

มันมาจากหนังฮีโร่ญี่ปุ่นสมัยเก่าเรื่อง ตำรวจอวกาศเกียบัน 宇宙刑事ギャバン

จักรวรรดิมาคุ เป็นอาณาจักรนึงในเรื่อง  ที่บรรยากาศทะมึน ๆ น่ะเอง

 มาคุ เป็นศัพท์สแลง แทนสถานการณ์หรือบรรยากาศที่เครียด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถพูดอะไรได้ หรือพูดไม่ออก คล้ายกับมีเมฆดำปกคลุม ในปัจจุบัน เด็กรุ่นนั้นได้โตเป็นผู้ใหญ่ บางส่วนก็ยังใช้ศัพท์นี้อยู่ และยังสามารถพบเห็นการใช้ศัพท์ดังกล่าวได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถูกนำมาใช้ตอนเดี่ยว ไมโครโฟน โดยโน้ต อุดม ทำให้คนทั้งประเทศใช้ตามและกลายเป็นศัพท์ของโอตาคุและอินเทอร์เน็จบางแห่งด้วย